อันตรายโรคมือเท้าปากในเด็ก สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันก่อนเด็กจะป่วย

March 05 / 2026

โรคมือเท้าปากในเด็ก

 

การเห็นลูกน้อยมีไข้สูง ร้องไห้โยเยเพราะเจ็บแผลในปากจนทานอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ เป็นหนึ่งในฝันร้ายที่สร้างความกังวลใจให้กับคนเป็นพ่อแม่ทุกคนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เชื้อไวรัสต่างๆ แพร่กระจายได้ง่าย โรคที่มักจะมาเยือนและสร้างความทรมานให้กับเด็กเล็กก็คือโรคมือเท้าปาก บทความนี้จึงตั้งใจรวบรวมข้อมูลฃ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านและเข้าใจได้ทันทีว่า มือเท้าปากในเด็ก อาการเป็นอย่างไร มีวิธีรักษาและดูแลลูกน้อยอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและปกป้องลูกรักให้ปลอดภัยจากโรคฮิตประจำฤดูนี้

ทำความรู้จัก โรคมือเท้าปากในเด็ก เกิดจากอะไร

โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) เป็นโรคติดต่อที่พบการระบาดได้บ่อยในกลุ่มเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี มักพบการระบาดสูงสุดในช่วงฤดูฝนที่อากาศมีความชื้นสูง หลายคนอาจสงสัยว่า มือเท้าปากในเด็ก เกิดจาก สาเหตุใด ปัจจัยหลักนั้นมาจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยทั่วไปแล้วหากเด็กได้รับเชื้อสายพันธุ์ปกติ อาการมักจะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง แต่ในบางกรณีก็อาจพบสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

สาเหตุหลักและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

เชื้อไวรัสกลุ่มเอนเตอโรไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคมือเท้าปากนั้นมีหลายชนิดย่อย ส่วนใหญ่ที่พบมักทำให้เกิดอาการไข้และตุ่มน้ำใสตามร่างกายแบบไม่รุนแรง ทว่าสิ่งที่วงการแพทย์และกุมารแพทย์ให้ความระมัดระวังสูงสุดคือ การติดเชื้อไวรัสเอนเตอโรไวรัส 71 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า EV71 เนื่องจากเชื้อชนิดนี้สามารถเข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างสมองอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเด็กมีอาการทรุดหนักและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคมือเท้าปากในเด็ก ติดต่อช่องทางไหนบ้างควรที่ควรระวัง

คำถามที่พบบ่อยคือ มือเท้าปากในเด็ก ติดต่อไหม คำตอบคือเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยเชื้อไวรัสจะแพร่กระจายผ่านทางระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก ช่องทางการติดต่อที่ควรระวังมีดังนี้

  • การติดต่อโดยตรง: เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หรือแม้แต่อุจจาระของเด็กที่ติดเชื้อ

  • การติดต่อโดยอ้อม: เกิดจากการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น ของเล่นที่เด็กอมหรือจับ พื้นผิวตามโรงเรียนอนุบาล มือของผู้เลี้ยงดูที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดให้ดี รวมถึงอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อน

โรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งหมายความว่าเด็กที่ได้รับเชื้อไปแล้วอาจจะยังไม่แสดงอาการป่วยในทันที แต่สามารถเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อไปสู่เด็กคนอื่นๆ ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลได้อย่างรวดเร็ว

เช็กด่วน อาการสัญญาณเตือน "มือเท้าปากในเด็ก" ที่ห้ามมองข้าม

การหมั่นสังเกตความผิดปกติของลูกน้อยเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาที่ทันท่วงที มือเท้าปากในเด็ก อาการ ในระยะเริ่มต้นมักจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดทั่วไป แต่จะมีจุดเด่นที่สามารถสังเกตได้ดังต่อไปนี้

  • ไข้และอาการทั่วไป: เด็กจะมีไข้ขึ้น อาจเป็นไข้ต่ำหรือไข้สูง รู้สึกอ่อนเพลีย และเริ่มงอแงผิดปกติ

  • แผลในปาก: สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือเด็กจะเริ่มมีน้ำลายไหลตลอดเวลา ทานอาหารหรือดื่มนมได้น้อยลงมาก เพราะมีอาการเจ็บปากรุนแรง จากการเกิดแผลอักเสบที่บริเวณกระพุ้งแก้ม เพดานปาก หรือลิ้น

  • ตุ่มและผื่นตามร่างกาย: จะปรากฏผื่นจุดแดงๆ หรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็กบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้น และอาจลามไปถึงอวัยวะเพศ รวมถึงตามลำตัว แขน และขาได้

โดยปกติแล้วอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นประมาณ 2 ถึง 3 วัน หลังจากนั้นตุ่มแผลจะเริ่มแห้งและอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายสนิทภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แม้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการรุนแรง แต่ผู้ปกครองต้องระวังภาวะขาดน้ำในเด็กให้ดี เนื่องจากเด็กมักจะปฏิเสธการดื่มน้ำและรับประทานอาหารเพราะความเจ็บปวดจากแผลในปาก

โรคมือเท้าปากในเด็ก สามารถติดผู้ใหญ่ได้ไหม

หลายครอบครัวที่มีลูกป่วยมักมีความกังวลว่า มือเท้าปากในเด็ก ติดผู้ใหญ่ไหม ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อโรคมือเท้าปากจากเด็กได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ต้องดูแลลูกที่ป่วยอย่างใกล้ชิด หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ใหญ่มักจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าเด็กเล็ก หากติดเชื้อขึ้นมา ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการ หรือถ้ามีอาการก็มักจะไม่รุนแรงเท่ากับที่พบในเด็ก อาจมีเพียงแค่ไข้ต่ำๆ หรือมีแผลในปากเล็กน้อย แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังคือ ผู้ใหญ่ที่ได้รับเชื้อสามารถเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสไปแพร่สู่เด็กคนอื่นๆ ในบ้านหรือในชุมชนได้หากละเลยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าโรคมือเท้าปากโดยทั่วไปจะสามารถหายป่วยได้เองและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยประเมินอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบพาลูกไปพบกุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการเด็ดขาด

  • มีไข้สูงลอย ไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว

  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่น ไม่งอแงแต่นอนหลับตลอดเวลา

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการมือสั่น หรือเดินเซทรงตัวไม่อยู่

  • อาเจียนอย่างหนัก ทานอะไรไม่ได้เลย

  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก

  • มีอาการชักเกร็ง

ภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อ EV71 สาเหตุสำคัญของโรคมือเท้าปาก

สัญญาณอันตรายข้างต้นเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าเด็กอาจกำลังติดเชื้อไวรัสเอนเตอโรไวรัส 71 (EV71) ซึ่งมีความรุนแรงสูง เชื้อตัวนี้สามารถเข้าไปทำลายระบบประสาท ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ ก้านสมองอักเสบ ส่งผลต่อเนื่องให้ระบบการหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน การไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดจึงเป็นทางออกเดียวในการช่วยชีวิตเด็ก

มือเท้าปากในเด็ก วิธีรักษาและดูแลลูกน้อยเมื่อติดเชื้อ

ในปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจงที่ใช้ฆ่าเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปาก ดังนั้น มือเท้าปากในเด็ก วิธีรักษา จึงมุ่งเน้นไปที่การรักษาประคับประคองตามอาการเป็นหลัก เพื่อให้ร่างกายของเด็กสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคเอง แนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องมีดังนี้

  • การลดไข้และบรรเทาปวด: ให้ยาลดไข้และยาแก้ปวดตามน้ำหนักตัวที่แพทย์แนะนำ หากเด็กมีแผลในปากที่เจ็บมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยาชาเฉพาะที่ชนิดทาหรือหยอด เพื่อบรรเทาอาการปวดก่อนมื้ออาหาร

  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ควรให้เด็กจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) สำหรับเด็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป หากเด็กเจ็บปาก แนะนำให้ป้อนอาหารอ่อนๆ ที่กลืนง่ายและมีรสเย็น เช่น นมเย็น ไอศกรีม โยเกิร์ต หรือน้ำผลไม้ที่ไม่เปรี้ยวจนเกินไป

  • การพักผ่อนอย่างเต็มที่: ให้เด็กหยุดพักผ่อนอยู่บ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ถึง 7 วัน เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและป้องกันการนำเชื้อไปแพร่สู่ผู้อื่น

ในกรณีที่เด็กมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากคุณอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ การเลือกโรงพยาบาลที่มีศูนย์เฉพาะทางด้านเด็กโดยตรง โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม 2 โรงพยาบาลเด็ก ที่มีทีมแพทย์กุมารเวชครบทุกสาขา และมีโซนแยกผู้ป่วยที่ชัดเจนเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการรักษาได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

เกราะป้องกันลูกรัก วิธีป้องกันโรคมือเท้าปากให้ห่างไกลโรค

เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากโดยตรง การป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดจึงเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรักษาสุขอนามัย ทั้งตัวผู้ใหญ่และตัวเด็กเอง

  • การแยกผู้ป่วย: หากพบว่าลูกป่วย ต้องให้หยุดเรียนและแยกออกจากเด็กคนอื่นๆ ทันที จนกว่าตุ่มแผลจะแห้งและหายสนิท

  • การล้างมือให้สะอาด: ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีทุกครั้ง ก่อนเตรียมอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก

  • การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม: หมั่นทำความสะอาดของเล่น พื้นห้อง และสิ่งของเครื่องใช้ที่เด็กต้องสัมผัสเป็นประจำ โดยใช้น้ำสบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป ซึ่งเพียงพอที่จะกำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้

  • การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนให้เด็กใช้ช้อนกลาง ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูด หรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น และดูแลความสะอาดของอาหารและน้ำดื่มให้ถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ

นโยบายของสถานศึกษา: โรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กควรมีมาตรการคัดกรองเด็กทุกเช้า หากพบเด็กมีไข้หรือมีตุ่มแผล ต้องให้หยุดเรียนและทำความสะอาดฆ่าเชื้อในห้องเรียนทันที